วันเดินทาง
-
สายการบิน


 

อัมมาน-เจราช-มาดาบา-เพตรา-ทะเลทรายวาดิรัม-อาคาบา-ทะเลเดดซี- อัจลุน-เจริโค (อิสราเอล)-เยรูซาเล็ม-อีน คาเร็ม-เบธเลเฮ็ม

 

 

1

Day 1: Departure

กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)
  • 21.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง ณ เคาน์เตอร์สายการบินรอยัล จอร์แดเนี่ยน ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 9 แถว s
2

Day 2

กรุงอัมมาน-เจราช-ประตูแห่งชัยชนะ-โรงละครโรมัน-วิหารอาร์ทีมีส
  • 00.20 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงอัมมมาน” โดยสายการบินรอยัล จอร์แดเนี่ยน เที่ยวบิน RJ181
  • 05.10 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติควีน อเลีย  กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง  นำท่านเดินทางสู่ เมืองอาล ซอลท์ (AL SALT) เมืองโบราณตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้กับหุบเขาจอร์แดน เป็นที่ตั้งของป้อมปราการที่ถูกทำลายในศตวรรษที่ 13 เป็นที่ตั้งถิ่นฐานที่สำคัญที่สุดในพื้นที่ระหว่างหุบเขาจอร์แดนและทะเลทรายตะวันออก เนื่องจากประวัติความเป็นมาของการเชื่อมโยงการค้าระหว่างทะเลทรายตะวันออกและตะวันตกจึงเป็นสถานที่สำคัญสำของภูมิภาคนี้ สร้างขึ้นโดยกองทัพมาซิโดเนียในช่วงรัชสมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดมหาราชถูกทําลายโดย Mongol
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  • บ่าย ชม เมืองเจราช (JERASH) เมืองโบราณยุคกรีก-โรมัน ถูกสร้างขึ้นราว 200 ปีก่อน คริสตศักราชอดีตเคยเป็นหนึ่งในสิบของหัวเมืองเอกของอาณาจักรโรมัน ชมซากปรักหักพังที่ยังคงมีกลิ่นไอของความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมัน และมีความสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่ง สนามแข่งม้าฮิปโปโดรม นำท่านเดินผ่านประตูทางทิศใต้หรือประตูแห่งชัยชนะ เป็นประตูที่ใช้เข้าสู่เมืองต่อเมื่อกองทัพรบชนะกลับมาในอดีต ชมโรงละครโรมัน ที่จุผู้ชมได้ถึง 5,000 คน เชิญทดสอบกับความมหัศจรรย์ของการคิดค้นการวางจุดให้เกิดเสียงเอ็คโคได้ เพียงพูดเบาๆ ตรงจุดกึ่งกลางของโรงละครแล้วจะได้ยินทั้งโรงละคร ชม วิหารอาร์ทีมีส เทพีแห่งความรักและความสงบสุข ชมความมหัศจรรย์ของก้อนหิน 3 ก้อนที่เรียงกันไม่ล้ม หลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และสัมผัสถึงความเคลื่อนไหวตลอดเวลาของก้อนหินบนนิ้วมือ จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่กรุงอัมมาน
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   IMPERIAL HOTEL หรือเทียบเท่า
3

Day 3

อัมมาน-มาดาบา-เมาท์เนโบ-เครัค-เพตรา
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม   นำท่านเดินทางสู่เมือง มาดาบา (Madaba) หรือ เมืองแห่งโมเสก ชม โบสถ์กรีก -ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอห์น ถูกสร้างในราวปี ค.ศ. 600 ยุคของไบแซนไทน์ ชมภาพแผนที่ดินแดนศักดิสิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ ประมาณ 2.3 ล้านชิ้นแสดงถึงพื้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, เยรูซาเลม, แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เขาไซนาย, อียิปต์ ฯลฯ นำท่านเดินทางชม เมาท์ เนโบ (Mount Nebo) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเขาซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นบริเวณที่เสียชีวิตและฝังศพของโมเสส ผู้นำชาวยิวส์เดินทางจาก อียิปต์มายังเยรูซาเลม ชมพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม ภายในเก็บสิ่งของต่างๆ ที่ขุดพบภายในบริเวณนี้ พร้อมทั้งมีภาพถ่ายต่าง ๆ ภาพถ่ายที่สำคัญคือภาพที่ โป๊บ จอห์น ปอลที่ 2 เสด็จมาแสวงบุญที่นี่และได้ประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในปี ค.ศ. 2000 ชมอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส ออกแบบเป็นลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน โดยอุทิศเป็นสัญ ลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู เชิญถ่ายรูป ณ จุดชมวิว โดยในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านสามารถมองเห็น แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เมืองเจอริโก และประเทศอิสราเอล ได้จากจุดนี้อย่างชัดเจน
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านสู่เมือง เครัค (Kerak) ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงขนาดใหญ่ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามข้างทาง ระหว่างทางขึ้นสู่เขาโดยเฉพาะบริเวณที่ถูกเรียกขานกันว่าเป็น “แกรนด์แคนยอนแห่งจอร์แดน” ชม ปราสาทเครัคแห่งครูเสด (KERAK) สร้างในปี ค.ศ. 1142 โดย ผู้ปกครอง PAYEN LE BOUTIELLER ในอดีตเป็นเมืองศูนย์กลางขนาดใหญ่ของนักรบครูเสด และสร้างเพื่อควบคุมเส้นทางทั้งทางเหนือและใต้และใช้ในการต่อสู้ในสงครามครูเสดกับกองทัพมุสลิมจนกระทั่งในปี ค.ศ. 1187 ได้ถูกเข้าทำลายโดยนักรบมุสลิมภายใต้การนำทัพของ ซาลาดิน (SALADIN) ได้เวลาสมควรเดินทางสู่เมือง เพตรา [PETRA]
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม PANORAMA HOTEL หรือเทียบเท่า
4

Day 4

เพตรา-ทะเลทรายวาดิรัม-อาคาบา
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม ชมเมืองเพตร้า (Petra) (ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกปี ค.ศ. 1985 และ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของแห่งโลกใหม่  จากการตัดสินโดยการโหวตจากบุคคลนับล้านทั่วโลกในวันมหัศจรรย์ 07/ 07/ 07) มหานครสีดอกกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งโมเสส (WADI MUSA) มีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปีเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งชาวอีโดไมท์ จวบจนกระทั่งถึงยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูในการเข้ามาครอบครองดิน แดนของชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อนนาบาเทียน ในช่วงระหว่าง 100 ปี ก่อนคริสตกาล–ปี ค.ศ.100 และได้เข้ามาสร้างอาณา จักรบ้านเมือง ฯลฯ จนกระทั่งในปีค.ศ.106 นครแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันที่นำโดย กษัตริย์ทราจัน และได้ผนึกเมืองแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในอาณาจักรโรมันแห่งแหลมอาระเบียตะวันออก นครเพตราถึงคราวล่มสลายเมื่อหมดยุคของอาณาจักรโรมันทำให้ชาวเมืองนั้นละทิ้งบ้านเมืองจากกันไปหมดทิ้งให้เมืองแห่งนี้รกร้างไปพร้อมกับการพัง ทลายของเมืองหลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งจนสูญหายนับพันปีจวบจนในปี ค.ศ.1812 นักสำรวจเส้นทางชาวสวิส นาย โจฮันน์ ลุดวิก เบิร์กฮาดท์  ได้ค้นพบนครศิลาแห่งนี้ และนำไปเขียนในหนังสือชื่อ “TRAVEL IN SYRIA” จนทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน นำท่านขี่ม้า เข้าเมืองเพตรา (รวมอยู่ในค่าบริการแล้ว และเป็นธรรมเนียมที่ต้องมีค่าทิปให้แก่เคนขับรถม้าท่านละ 2 USD ต่อท่าน ต่อเที่ยว /แต่ไม่รวมค่าขี่ลา, ขี่อูฐ,นั่งรถม้า ฯลฯ สนใจกรุณาติดต่อที่หัวหน้าทัวร์) ประมาณ 800 เมตรบนถนนทรายเพื่อตรงเข้าสู่หน้าเมือง พร้อมชมทัศนียภาพรอบข้างที่เป็นภูเขาทั้งสองฝั่งที่มีรูปร่างหน้าตาต่างกันออกไป นำท่านเดินเท้าเข้าสู่ถนนเข้าเมือง SIQ เส้นทางมหัศจรรย์กว่า 1.5 ก.ม. ที่เกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกและการซัดเซาะของน้ำเมื่อหลายล้านปีก่อน เดินชมความสวยงามของผาหินสีชมพูสูงชันทั้ง 2 ข้างคล้ายกับแคนยอนน้อย ๆ และ สิ่งก่อสร้าง รูปปั้นแกะสลัก ต่างๆ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ รูปกองคาราวานอูฐ, รูปชาวนาบาเทียน, ท่อส่งลำเลียงน้ำเข้าสู่เมือง ฯลฯ สุดปลายทางของช่องเขาพบกับความสวยงามของมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท์ (EL-KHAZNEH / TREASURY) สันนิษฐานว่าจะสร้างในราวศตวรรษที่ 1-2 โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้น เป็นวิหารที่แกะสลักโดยเจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก มีความสูง 40 เมตร และมีความกว้าง 28 เมตร วิหารแห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยได้รับอิทธิพลศิลปะของหลายชาติเข้าด้วยกัน เช่น อิยิปต์กรีก, นาบาเทียน ฯลฯ ภายในประ กอบด้วย 3 ห้อง คือ ห้องโถงใหญ่ตรงกลาง และ ห้องเล็กทางด้านซ้ายและขวา เดิมทีถูกเชื่อว่าเป็นที่เก็บขุมทรัพย์สมบัติของฟาโรห์อิยิปต์  แต่ภายหลังได้มีการขุดพบทางเข้าหลุมฝังศพที่หน้าวิหารแห่งนี้ ทำให้นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีได้ลงความเห็นตรงกันว่าน่าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับผู้ปกครองเมือง, ใช้เป็นสถานที่ทำพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นสุสานฝังศพของผู้ ปกครองเมืองและเครือญาติ เดิมชมสุสานต่างๆ ของชาวนาบาเทียน สุสานกษัตริย์ ฯลฯ ชมโรงละครโรมัน (ROMAN THEATRE) ที่แกะสลักจากภูเขาโดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากันและมีความสมดุลย์ได้อย่างน่าทึ่งสันนิษฐานเดิมทีสร้างโดยชาวนาบาเทียน ต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครอง ได้ต่อเติมและสร้างเพิ่มเติม มีที่นั่ง 32 แถว จุผู้ชมได้ประมาณ 3,000 คน / อิสระในการเดินชมและถ่ายรูปภายในเมืองเพตรา
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางสู่ ทะเลทรายวาดิรัม (WADI RUM) ทะเลทรายแห่งนี้ในอดีตเป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศซาอุฯ เดินทางไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์ (เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวนาบาเทียนก่อนที่จะย้ายถิ่นฐานไปสร้างอาณาจักรอันยิ่งใหญที่เมืองเพตร้า)ในศึกสงครามอาหรับรีโวลท์ระหว่างปี ค.ศ. 1916–1918 ทะเลทรายแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการในการบของนายทหารชาวอังกฤษ ทีอี ลอว์เรนซ์ และ เจ้าชายไฟซาล ผู้นำแห่งชาวอาหรับร่วมรบกันขับไล่พวกออตโตมันที่เข้ามารุกรานเพื่อครอบครองดินแดน และต่อมายังได้ถูกใช้เป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนต์ฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่ในอดีตเรื่อง “LAWRENCE OF ARABIA” (และในปี ค.ศ.1963 สามารถกวาดรางวัลออสการ์ได้ถึง 7 รางวัล และรางวัลจากสถาบันอื่นๆ มากกว่า 30 รางวัล นำแสดงโดย Peter O’Toole, Omar Sharifฯลฯ) นำท่านนั่งรถ Jeep 4×4 รับบรรยากาศท่องทะเลทรายที่ถูกกล่าวขานว่าสวยงามที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง ด้วยเม็ดทรายละเอียดสีชมพูอมส้มอมแดงอันเงียบสงบที่กว้างใหญ่ไพศาล (สีของเม็ดทราบนั้นปรับเปลี่ยนไปตามแสงของดวงอาทิตย์) ชมน้ำพุแห่งลอว์ เรนซ์ สถานที่ในอดีตนายทหาร ทีอี ลอว์เรนซ์ ทหารชาวอังกฤษใช้เป็นสถานที่พัก และคิดแผนการสู้รบกันพวกออตโตมัน นำท่านท่องทะเลทรายต่อไปยังภูเขาคาซารี ชมภาพเขียนแกะสลักก่อนประวัติศาสตร์ ที่เป็นภาพแกะสลักของชาวนาบาเทียนที่แสดงถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวันต่างๆ และรูปภาพต่าง ๆ  ผ่านชมเต็นท์ชาวเบดูอินที่อาศัยอยู่ในทะเลทราย เลี้ยงแพะเป็นอาชีพ ฯลฯ   นำท่านเดินทางสู่ เมืองอคาบา (Aqaba) เมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญของประเทศจอร์แดน
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร MARINA PLAZA BEACH HOTEL หรือเทียบเท่า
5

Day 5

เมืองอคาบา-ทะเลเดดซี
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมเช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม ชม เมืองอคาบา (Aqaba) เมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญของประ เทศจอร์แดน เป็นเมืองแห่งเดียวของประเทศจอร์แดนที่ถูกประกาศให้เป็นเมืองปลอดภาษี  นำท่านแวะถ่ายรูปสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ “ทะเลแดง” ทะเลที่มีน่านน้ำครอบคลุมถึง 4 ประเทศ คือประเทศจอร์แดน อิสราเอล  อิยิปต์ และซาอุดิ อาระเบีย (ทะเลแดงทะเลแห่งประวัติสาสตร์ ที่ครั้งนึงได้มีการกล่าวขานในพระคัมภีร์ของศาสนาคริสต์ว่า  ทะเลแห่งนี้เป็นสถานที่โมเสสได้ทำอัศจรรย์แหวกทะเลแดงพาชาวอิสราเอลหนีให้รอดพ้นจากการเป็นทาสของอียิปต์เพื่อเดินทางไปสู่แผ่น ดินแห่งพันธสัญญาที่พระเป็นเจ้าทรงมอบให้กับชาวอิสราเอล โดยการชูไม้เท้าของโมเสส ) นำท่านลงเรือท้องกระจก (BIG GLASS BOAT) แล่นในทะเลแดง ทะเลที่มีน่านน้ำครอบคลุมถึง 4 ประเทศ คือ ประเทศจอร์แดน, อิสราเอล, อิยิปต์ และ ซาอุดิอาระเบีย ชมความใสของน้ำทะเล, ปะการัง, ปลาทะเลหลากชนิด, เม่นทะเล, แมงกะพรุน ฯลฯ จากนั้น ให้ท่านได้เดิน ช้อปปิ้งสินค้าต่างๆมากมาย ณ ตลาดของเมืองอาคาบา
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางสู่ทะเลเดดซี (Dead Sea) ใช้เวลาในการเดินทาง 4 ชม.
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร DEAD SEA SPA HOTEL หรือเทียบเท่า
6

Day 6

ทะเลเดดซี-อัจลุน-อัมมาน
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านเดินทางสู่ทะเลเดดซี Dead Sea ทะเลสาบเดดซีที่ถูกบันทึกลงในหนังสือ กินเนสส์ว่า เป็นจุดที่ต่ำทีสุดในโลก มีความต่ำกว่าระดับน้ำ ทะเลถึง 400 เมตร และ มีความเค็มที่สุดในโลกมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำทะเลทั่วไป ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลยอาศัยอยู่ได้ในท้องทะเลแห่งนี้ เชิญท่านอิสระในการลงเล่นน้ำทะเล และพิสูจน์ ความจริงว่าท่านลอยตัวได้จริงหรือไม่ (การลงเล่นน้ำในทะเลนั้นมีวิธีขั้นตอนการลงเล่น และข้อควรระวังต่างๆ ควรฟังคำแนะนำจากมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์)  แวะซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก เดดซี   เช่น โคลนพอกตัว พอกหน้า  สบู่ และสินค้าอื่นที่ทำจากเดดซีอีกมากมาย จากนั้นเดินทางต่อสู่กรุงอัมมาน
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางไปยังเมืองอัจลุน (Ajloun) อยู่ทางด้านเหนือของเมืองเจราชไปเล็กน้อย เมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงที่ห้อมล้อมไปด้วยป่าต้นสน และต้นมะกอก ชมปราสาทแห่งเมืองอัจลุน ถูกสร้างโดยพวกนักรบมุสลิม ในปี ค.ศ.1184-1185 ใช้เป็นป้อมทหารในการต่อสู้รบกับพวกนักรบครูเสดและในปี ค.ศ. 1260 ถูกเข้าทำลายโดยกองทัพมองโกลได้เวลาสมควรเดินทางกลับสู่กรุงอัมมาน
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  IMPERIAL HOTEL หรือเทียบเท่า
7

Day 7

อัมมาน-เจริโค-ยอดเขามะกอก-มัสยิดอัลอักซอ-โดม ออฟ เดอะ ร๊อค-คริสเตียน ควอเตอร์-โบสถ์พระคริสถ์-อเมเนียน ควอเทอร์-พิพิธภัณฑ์เดวิด
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านเดินทางไปยังด่านที่ตั้งอยู่ที่ชายแดนระหว่างประเทศจอร์แดนและประเทศอิสราเอล โดยจะต้องตรวจเอกสารเพื่อที่จะข้ามประเทศไปยังประเทศอิสราเอลโดยท่านสามารถเดินทางข้ามประเทศได้โดยใช้สะพาน ALLENBY BRIDGE อันมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศและเมื่อข้ามไปยังประเทศอิสราเอลแล้วท่านจะต้องผ่านการตรวจเอกสารอีกรอบเพื่อยืนยันในการเข้า   จากนั้นนำท่านไปยังเมืองเจริโค (Jericho)  หรือ  รู้จักกันในนามว่า Tel AL – Sultan  เขตเวสต์แบงก์ ดินแดนปาเลสไตน์ เยริโค ตั้งอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ ใกล้กับแม่น้ำจอร์แดน ได้ชื่อว่าเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในโลก  นำท่านชมความเก่าแก่ของเมือง ซึ่งคงเหลือให้เห็นเป็นกำแพงป้องกันเมือง ท่านจะได้รับถึงบรรยากาศความโบราณที่ไม่อาจหาที่ไหนได้จากเมืองนี้   จากนั้นนำท่านชมความสวยงามของเมืองที่ยอดเขามะกอก (Olive Mountain)ท่านจะได้เห็นทิวทัศน์และวิวที่สวยงามจากบนเขานี้  จากนั้นนำท่านเดินตามเส้นทางที่พระเยซูเสด็จสู่กรุงเยรูซาเล็มในวันปาล์มซัน เดย์ ไปยังโบสถ์ข้าแต่บิดา  (Pater Nostor Church) เป็นที่พระเยซูทรงสอนให้สาวก รู้จักคำอธิษฐาน ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์ทั้งหลาย ต่อไปยัง สวนเกทเสมนี (Gatsemane) ที่พระเยซูอธิษฐานกับสาวกและถูกทหารโรมันจับตัว ในสวนนี้ยังมีต้นมะกอกเก่าแก่ 8 ต้น ที่เชื่อกันว่ารากเดิมเป็นต้นมะกอกในสมัยพระเยซูเจ้า ชมโบสถ์นานาชาติ (Church Of All Nations) มี ก้อนหินขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าเป็นจุดที่พระเยซูทรงคุกเข่าอธิษฐาน ก่อนถูกทหารโรมันจับตัว จากนั้นนำท่านไปยัง มัสยิดอัลอักซอ (Al-Aqsa Mosque )  มัสยิดที่ นบีสุไลมานสร้างขึ้นและถูกใช้เป็นกิบลัต(ทิศที่มุสลิมหันหน้าไปเวลาละหมาด) แห่งแรก  นอกจากนี้แล้วมัสยิดอัลอักซอยังเป็นศาสนสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์อิสลามอันเนื่องมาจากการที่มัสยิดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ท่านนบีมุฮำมัด ได้ละหมาดก่อนที่จะถูกนำตัวขึ้นสู่ชั้นฟ้าเบื้องสูงในเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า”อิสรออและเมี๊ยะรอจญ์”  แต่ปัจจุบันนี้ ไม่อนุญาตให้เราละหมาดหันไปทางกรุงเยรูซาเล็มและมัสญิดอัลอักซอแล้ว   หลังจากนั้นนำท่านไปยัง   Dome of the Rock  เป็นศาสนสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดในเยรูซาเล็ม เพราะความใหญ่โต และสวยงามน่าประทับใจ ที่สามารถมองเห็นได้จากทุกทิศในเยรูซาเล็ม นอกจากนั้นยังเป็นศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดของมุสลิมอีกด้วย Dome of the Rock ไม่ใช่มัสยิด แต่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของมุสลิม โดยสถานที่นี้สร้างครอบหินศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งท่านศาสดา ขึ้นสู่สวรรค์ในค่ำคืนเดียว หินศักดิ์สิทธิ์นี้ กล่าวกันว่ามีมาตั้งแต่ก่อนการมาของอิสลาม ชาวยิวเชื่อว่าบนหินก้อนนี้แหละ ที่นบีอิบรอฮีม  เตรียมการบูชายัญบุตรชาย (ในส่วนของมุสลิม เหตุการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นในมักกะฮฺ) นอกจากนั้นยังเชื่อกันอย่างแพร่หลายว่า โดม ออฟ รอค สร้างอยู่บนสถานที่ที่เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 2 แห่งของยิว คือ อารามแห่งโซโลมอน และ อารามแห่งเฮรอต (Solomons Temple and Herods Temple)
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางต่อไปยังส่วน ของเมืองเก่าที่เรียกว่า  คริสเตียน ควอเตอร์ (CHRISTIAN QUARTER) ซึ่งในเมืองเก่าแบ่งออกเป็น 4  ส่วนด้วยกันและสามส่วนที่เหลือได้แก่ Jewish Quarter, Muslim Quarter และ Armenian Quarter นำท่านไปสู่ โบสถ์พระคริสต์ (Church of the holy sepulcher) สถานที่เชื่อว่าเป็นที่ที่พระเยซูถูกตรึงพระองค์ไว้บนไม้กางเขน นำท่านชมบริเวณโดยรอบ เดินเท้าต่อสู่โบสถ์ St. Anne Church และชมสระเบธไซดา ( Pool of Bethsaida ) ในอดีตมีน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถรักษาโรคได้ /  เดินเท้าไปตามถนนเวียโดโลโรซา ( Via Dolorosa ) ถนนแห่งนี้มีความสำคัญคือเพราะเป็นสถานที่เชื่อกันว่า เป็นเส้นทางที่พระเยซูถูกไต่สวนที่ศาลปรีโทเรีย จนถูกบังคับให้แบก ไม้กางเขนไปสู่โกลโกธา นั่นเอง จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังส่วน  Armenian Quarter  ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่เล็กที่สุดของ 4 Quarters โดยมีผู้ อาศัยอยู่น้อยที่สุดเช่นกัน (ในปี 2001 มีชาว  Armenian อาศัยอยู่เพียง 2,500 คน )นำท่านชมโดยรอบ    บันทึกภาพความเก่าแก่และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาว Armenian ไว้   หลังจากนั้นนำท่านไปยัง Western wall  หรือที่รู้จักกันว่ากำแพงร้องไห้กำแพงด้านตะวันตกของพระวิหารหลังที่สองที่เหลืออยู่หลังจากถูกโรมันทำลายปัจจุบันชาวยิวทั่วโลกถือว่าเป็นสถานที่สำคัญที่สุดโดยเฉพาะวันสำคัญทางศาสนาจะมีชาวยิวมากมายเดินทางมาสวดมนต์อธิษฐานกันอย่างเนืองแน่น  หลังจากนั้นใกล้เคียงกัน       นำท่านชมพิพิธภัณฑ์เดวิด David Museum   ซึ่งด้านในจำลองเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของอิสราเอลได้อย่างชัดเจน  เมื่อสมควรแก่เวลาก็กลับสู่ที่พัก
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  PRIMA KINGS HOTEL  หรือเทียบเท่า
8

Day 8

อีน คาเร็ม-เบธเลเฮ็ม-บ้านเกิดของกษัตริย์เดวิด
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม ออกเดินทางสู่ เมืองอีน คาเร็ม (Ein Karem) หมู่บ้านเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตก เฉียงใต้ของประเทศ เพื่อเยี่ยมชม Yad Vachem สถานที่ที่บันทึกถึง ความสูญเสียของชนชาติยิวในอดีต  ในนี้จะมีประวัติศาสตร์ของชนชาติยิวอยู่มากมายให้ท่านเยี่ยมชมได้เต็มที่ จากนั้นเดินทางต่อไปยัง  ภูเขาศักดิ์สิทธ์ไซออน (Zion Mountain )  ภูเขาลูกหนึ่งในเยรูซาเลมโบราณ ชาวยิวเชื่อว่า ศาสดาเดวิด (David) หรือ David Faryar Veshkini ได้สร้างสักการะสถานหลังหนึ่งไว้บนนั้น จึงถือว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์  เยี่ยมชม วัดนักบุญเปโตร (St Pietro in Gallicantu ) วัดแห่งนี้ได้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1931 ณ สถานที่ที่ถือกันว่าเคยเป็นบ้านของมหาสมณคายาฟาส
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางข้ามเขตแดนเยรูซาเล็มสู่เมืองเบธเลเฮ็ม (Bethlehem)  เมืองเล็ก ๆ ในแคว้นยูเดียทางตอนใต้ของอิสราเอลในปัจจุบัน  อยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มไปทางใต้ประมาณ 9 กิโลเมตร เยี่ยมชม  บ้านเกิดของNABINA ISSA และบ้านเกิดของกษัตริย์เดวิด (King David”s Tomb) กษัตริย์องค์ที่สองของอาณาจักรอิสราเอล กล่าวกันว่ามีคุณธรรมและเป็นนักการทหารที่มีความสามารถ เป็นนักดนตรี กวี (เชื่อกันว่าเป็นผู้เขียนเพลงสดุดี (Psalms) หลายเพลง) ชมห้องอาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper)  สถานที่ที่พระเยซูทรงร่วมรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายกับเหล่าสาวก  เดินทางไปยัง ทุ่งหญ้าคน เลี้ยงแกะ(Sheperd´s Field ) ที่ทูตสวรรค์มาบอกข่าวการประสูติของพระเยซูแก่คนเลี้ยงแกะ จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ The Church of Nativity ซึ่งสร้างครอบสถานที่ประสูติของพระเยซู เป็นสถานที่ที่ถูกเก็บรักษาให้รอดพ้นจากการถูก ทำลายจากผู้ครอบครองชาติแล้วชาติเล่าอย่างน่าอัศจรรย์ สมควรแก่เวลา นำท่านกลับสู่เยรูซาเล็ม เดินทางไปยัง Garden Tomb อุโมงค์ที่สกัดไว้ในศิลาที่ใช้เก็บพระศพของพระเยซูหลังจากเชิญพระศพลงมาจากกางเขน อุโมงค์ที่ว่างเปล่า ร่วมพิธีบัพติศมาระลึกถึงการทรงเป็นพระผู้ไถ่ที่ทรงมีชัยชนะเหนือความตาย
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน) PRIMA KINGS HOTEL  หรือเทียบเท่า
9

Day 9

เยรูซาเล็ม-อัมมาน-ซิตี้ทัวร์-ตลาดเก่า
  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำท่านชม ตลาดเก่า  (Old Market)  และ ตลาดสดเยฮูด้า(Yehuda Market )ให้ ท่านเยี่ยมชมบรรยากาศพื้นเมืองของตลาดและให้อิสระแก่ท่านในการช๊อปปิ้งของฝาก  ของที่ระลึก ให้เต็มที่ นำท่านเดินทางกลับสู่ประเทศจอร์แดน โดยผ่านด่านที่ตั้งอยู่ที่ชายแดนระหว่างประเทศอิสราเอลและประเทศจอร์แดน และจะต้องตรวจเอกสารอีครั้งเพื่อที่จะข้ามประเทศไปยังประเทศจอร์แดน โดยเดินทางข้ามประเทศได้โดยใช้สะพาน ALLENBY BRIDGE อันมีชื่อเสียงโด่งดังของประเทศและเมื่อข้ามไปยังประเทศจอร์แดน แล้วท่านจะต้องผ่านการตรวจเอกสารอีกรอบเพื่อยืนยันในการเข้า   หลังเสร็จขั้นตอนต่างๆแล้ว จากนั้นเดินทางกลับสู่อัมมาน
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านชมรอบเมืองหลวงกรุงอัมมานเมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนภูเขา 7 ลูก และมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาก กว่า 6,000 ปี ผ่านชมย่านเมืองเก่า, เมืองใหม่, ย่านธุรกิจ, ตลาดใจกลางเมือง, ย่านคนรวย ฯลฯ ขึ้นชม ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (CITADEL) ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุบ้าน การเมืองต่างๆ รอบเมือง ชมบริเวณภายในป้อมปราการ มีสิ่งปลูกสร้างมากมายด้วยกันศิลปแบบโรมัน และอิสลาม ชมบ่อเก็บน้าขนาดใหญ่ซึ่งถูกใช้ในช่วงที่ชาวโรมันเข้ามามีบทบาทในประเทศจอร์แดน อยู่ภายในบริเวณป้อมปราการอีกเช่นกัน และนำชมพิพิธภัณฑ์ เชิญอิสระถ่ายรูปตรงจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองแห่งนี้โดยโดยมีบ้านเรือนของชาวบ้านที่สร้างอยู่บนเทือกเขาเป็นฉากหลัง นำชมโรงละครโรมัน ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจอร์แดน จุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน และ ตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง อันแปลกตายิ่งนัก นำชมพิพิธภัณฑ์ Folklore Museum มีการจัดแสดงวิถีชีวิตและการแต่งกายความเป็นไปและประเพณีต่างๆของชาวอาหรับในยุคต้นๆ อิสระในการช้อปปิ้งภายในห้างสรรพสินค้า MECCA MALL ซึ่งมีสินค้าให้ท่านเลือกมากมายเป็นของฝากจากจอร์แดน
  • ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)23.00 น. ท่านออกเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อทำการตรวจเอกสารในการเดินทาง
10

Day 10

อัมมาน–กรุงเทพฯ
  • 01.15 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ” สายการบินรอยัล จอร์แดเนี่ยน เที่ยวบินที่ RJ182
  • 01.15 น. “เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ” สายการบินรอยัล จอร์แดเนี่ยน เที่ยวบินที่ RJ18214.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ
วันเดินทาง
-
สายการบิน

จอร์แดน – อิสราเอล 10 วัน (RJ)

DEPARTURE/RETURN LOCATIONสนามบินสุวรรณภูมิ  (ฺBKK)
DEPARTURE TIMEโปรดเดินทางมาถึงอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง
INCLUDED
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-อัมมาน-กรุงเทพฯ โดยสายการรอยัล จอร์แดเนี่ยน (RJ)
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง และค่าประกันภัยสายการบิน
ค่าโรงแรมที่พัก 7 คืน ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในโปรแกรม และค่าน้าดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
ค่าพาหนะในการนาเที่ยว ตลอดการเดินทาง
ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
ค่าธรรมเนียมวีซ่าอิสราเอล, จอร์แดน (คณะเดินทางเป็นกรุ๊ปไม่ต้องทำวีซ่าเข้าจอร์แดน)
ค่าบริการมัคคุเทศก์ท้องถิ่น คนขับรถ ตลอดการเดินทาง
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ1,000,000บาทและค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 500,000 บาท (ประกันไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุตั้งแต่75ปีขึ้นไป)
NOT INCLUDED
ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, คนขับรถ ฯ วันละ 5 ดอลลาร์ ต่อท่าน ต่อวัน รวม 8 วัน คิดเป็น 40 ดอลลาร์
ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย วันละ 3 ดอลลาร์ ต่อท่าน ต่อวัน รวม 10 วัน คิดเป็น 30 ดอลลาร์
(ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่าน)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากที่ทางบริษัทจัดให้ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ เช่น หากท่านทานได้เฉพาะอาหารทะเลเพียงอย่างเดียว ท่านต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30 กก./1ใบ/ท่าน)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ไม่มีแจกกระเป๋าหรือของพรีเมี่ยมต่างๆ
การชำระเงินหากท่านสนใจและประสงค์จะเดินทาง กรุณาจองทัวร์และชำระเงินมัดจำล่วงหน้า 30,000 บาท/ท่าน (เพื่อเป็นการยืนยันการเดินทางของท่าน)
กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 30 วัน ก่อนการเดินทาง หากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไขท่านสามารถโอนเงินเข้ำบัญชีของบริษัทฯ ดังรำยละเอียดดังนี้
การยกเลิก และการเปลี่ยนแปลง
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน  คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ยกเว้นค่าวีซ่าที่ยื่นและตั๋วเครื่องบินที่ออกล่วงหน้าและกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล (สงกรานต์ วันแรงงาน ช่วงเดือนตุลาคม และปีใหม่) ที่ต้องการันตี มัดจำกับทางสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการ การันตีค่ามัดจำที่พัก โดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30-44 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-29 วัน  หักค่ามัดจำ 40,000 บาท + ค่าใช้จ่ายอื่น (ถ้ามี)
ยกเลิกก่อนการเดินทาง 1-9 วัน  หักค่าใช้จ่าย 100% ของค่าทัวร์
หากมีการยกเลิกการจองทัวร์ หลังได้ทำการยื่นวีซ่าเรียบร้อยแล้ว บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใน
การนำเล่มพาสปอร์ตไปยกเลิกวีซ่าในทุกกรณี ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการยื่นวีซ่าจะรวมหรือแยกจากรายการทัวร์ก็ตาม

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***1

เงื่อนไขอื่นๆ

เอกสารประกอบการขอวีซ่า (ใช้เวลายื่น 15 วันทำการ)
1. หนังสือเดินทาง (Passport) หนังสือเดินทาง ต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 2 หน้าต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากหลังวันเดินทาง หนังสือเดินทางห้ามชำรุด หรือขีดเขียนใดๆทั้งสิ้นภายในหนังสือเดินทาง (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่าน)
2. รูปถ่าย รูปถ่ายสีหน้าตรงขนาด 1.5 x 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (สัดส่วนใบหน้าโดยละเอียดเฉพาะใบหน้าสูง 3 ซม. วัดจากหน้าผากถึงคาง***) (ใช้รูปสีพื้นหลังขาวเท่านั้น ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนและต้องไม่ซ้ำกับรูปวีซ่าที่มีในเล่ม สติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้, ห้ามสวมแว่นตาหรือเครื่องประดับ) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจงไว้ด้านหลังรูป และให้ประกบด้านหน้าเข้าหากัน (กรุณาอย่าให้รูปเลอะหมึก และอย่าให้รูปมีรอยลวดเย็บกระดาษ เพราะสถานฑูตจะไม่รับรูปแบบนี้ ท่านอาจจะต้องถ่ายใหม่)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน หรือ สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
4. หลักฐานการเงิน
– กรณีผู้เดินทางออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้ Bank Statement บัญชีออมทรัพย์ ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทาง ขอจากทางธนาคารเท่านั้น ต้องเป็น Statement ตัวเต็มจากธนาคารเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาจากสมุดบัญชี และ อัพเดทไม่เกิน 15 วันหรืออยู่ในเดือนที่ยื่นวีซ่าสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน และสถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีฝากประจำ
– กรณีผู้เดินทางไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายเอง ใช้สำเนา Bank Statement บัญชีออมทรัพย์(ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย) ย้อนหลัง 6 เดือน
5. หลักฐานการทำงาน(ภาษาอังกฤษและมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์)
– กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด ต้องสะกดให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
– กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้ง เซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
– กรณีเป็นนักเรียน หรือ นักศึกษา ใช้หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ (สถานทูตไม่รับเอกสารที่เป็นบัตรนักเรียน ไม่ว่าเป็นช่วงปิดเทอม และต้องมีอายุ 1 เดือน นับย้อนหลังจากวันนัดสัมภาษณ์) ต้องสะกดชื่อ-สกุล ให้ตรงตามหน้าพาสปอร์ต
6. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอสำเนาสูติบัตร
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางพร้อมผู้ปกครอง
(กรุณาขอ 2 ฉบับ เพื่อสำหรับยื่นวีซ่า 1 ฉบับ และอีก 1 ฉบับ รบกวนเตรียมมาวันเดินทางสำหรับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน)
– หากเด็กเดินทางไปกับบิดาจะต้องมีใบรับรองจากมารดา โดยมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตมารดามาด้วย
– หากเด็กเดินทางกับมารดาจะต้องมีใบรับรองจากบิดา โดยบิดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับมารดาโดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดามาด้วย
– หากเด็กไม่ได้เดินทางทั้งกับบิดาและมารดา โดยบิดาและมารดาจะต้องคัดจดหมายยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศกับใคร โดยมีการรับรองค่าใช้จ่ายพร้อมแจ้งความสัมพันธ์และยินดีชดเชยค่าเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยคัดฉบับจริงจากอำเภอต้นสังกัด พร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประชาชนหรือหน้าพาสปอร์ตบิดาและมารดามาด้วย พร้อมทั้งแนบสถานะทางการงานและการเงินของบิดาหรือมารดาเพื่อรับรองแก่บุตรด้วย
– กรณีเด็กที่บิดา-มารดาหย่าร้าง จะต้องแนบสำเนาใบหย่า และมีการสลักหลังโดยมีรายละเอียดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
– กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บิดา-มารดาลงชื่อรับรองในแบบฟอร์มสมัครวีซ่า
7. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
เอกสารยื่นวีซ่าอาจมีการปรับเปลี่ยนและขออัพเดทเพิ่มเติมได้ทุกเวลา หากทางสถานทูตแจ้งขอเพิ่มเติม
*** ทางสถานทูตไม่ให้ดึงเล่มพาสปอร์ตในทุกกรณี หากลูกค้าจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตเดินทางในช่วงที่ยื่นวีซ่ากรุ๊ป ลูกค้าจะต้องไปแสดงตัวยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้นและต้องแนบตั๋วที่จะเดินทางก่อนหน้า
เพื่อแจ้งให้สถานทูตรับทราบ ***
วันเดินทาง
-
สายการบิน